เลือกคู่เงินและไทม์เฟรม
เริ่มจากคู่เงินที่สภาพคล่องสูงอย่าง EUR/USD แล้วเลือกไทม์เฟรมให้ตรงกับเวลาที่คุณมีจริง อย่ากระโดดไปมาหลายคู่ในสัปดาห์เดียว
เรียนรู้วิธีเทรด Forex ตั้งแต่เลือกคู่เงินและวิเคราะห์ตลาด ไปจนถึงการเลือกประเภทคำสั่ง เปิดออเดอร์ ปิดสถานะ และอ่านต้นทุนการเทรดอย่าง Spread กับสลิปเพจ
เรียนจบหมวดนี้แล้วจะทำอะไรได้
ทักษะที่ได้จากการอ่านบทความในหมวดนี้ พร้อมลิงก์ไปบทที่เกี่ยวข้อง
ทุกไม้ควรไหลตามลำดับนี้ ถ้าขั้นใดขั้นหนึ่งยังตอบไม่ได้ ให้หยุดแล้วกลับไปทำขั้นนั้นก่อน ดีกว่าฝืนกดออเดอร์แล้วมาแก้ทีหลัง
เรียงตามลำดับการทำงานจริง
เริ่มจากคู่เงินที่สภาพคล่องสูงอย่าง EUR/USD แล้วเลือกไทม์เฟรมให้ตรงกับเวลาที่คุณมีจริง อย่ากระโดดไปมาหลายคู่ในสัปดาห์เดียว
วางแนวรับแนวต้านก่อน แล้วค่อยกำหนดระยะ Stop Loss จากโครงสร้างราคาจริง ไม่ใช่ตัวเลขกลม ๆ ที่รู้สึกว่าสวย
ดู Spread ปัจจุบันในช่วงเวลานั้น และเปิดปฏิทินข่าว ถ้าต้นทุนสูงเกินกว่าที่แผนรับได้ ให้ข้ามไม้นั้นแทนที่จะฝืนเข้า
Market เมื่อต้องเข้าทันที Limit เมื่อรอราคาย้อน Stop เมื่อรอราคาเบรก ถ้าตั้งผิดฝั่ง แพลตฟอร์มจะปฏิเสธคำสั่งทันที
กรอกขนาดล็อตตามที่คำนวณไว้ ตั้ง Stop Loss และ Take Profit ในหน้าต่างคำสั่งเดียวกัน แล้วตรวจตัวเลขอีกครั้งก่อนยืนยัน
ปิดเต็มจำนวนเมื่อถึงเป้าหรือจุดตัดขาดทุน หรือทยอยปิดบางส่วนตามสัดส่วนที่เขียนไว้ตั้งแต่ก่อนเปิด ไม่ใช่ตามอารมณ์
การเลือกคำสั่งคือการเลือกว่าจะเข้าตอนนี้ หรือรอราคามาถึงจุดที่ต้องการก่อน ซึ่งส่งผลต่อราคาที่ได้และวินัยในการเทรด
เข้าทันทีที่ราคาปัจจุบัน
สัญญาณเกิดตรงหน้าพอดี และคุณต้องการอยู่ในตลาดเดี๋ยวนี้ ไม่ต้องการรอราคา
ราคาที่คำสั่งจะถูกจับคู่
จับคู่ที่ราคาตลาด ณ วินาทีที่กดยืนยัน
ข้อดีที่ได้
ต้องระวัง
ทุกออเดอร์มีต้นทุนที่ถูกหักทันทีและระหว่างทาง รู้ว่ามันมาจากไหน จะได้ไม่ตกใจตอนเห็นตัวเลขติดลบทันทีหลังกด
ส่วนต่างราคา Bid–Ask ที่ถูกหักทันทีที่เปิดออเดอร์
ช่วงเปิดตลาดวันจันทร์และตอนข่าวใหญ่อาจกว้างขึ้น 2–5 เท่า คู่เงินรองที่สภาพคล่องน้อยก็กว้างกว่าคู่หลักเสมอ
EUR/USD 0.8 pip ≈ 8 USD ต่อ 1 ล็อต
ค่าธรรมเนียมโบรกเกอร์ คิดต่อล็อตต่อรอบการเปิด-ปิด
บัญชี Standard มักรวมต้นทุนนี้ไว้ใน Spread แล้วจึงไม่คิดแยก ส่วนบัญชี ECN คิดเป็นรายล็อตทุกครั้งที่เปิดและปิด
บัญชี ECN ประมาณ 7 USD ต่อล็อตไป-กลับ
ค่าถือสถานะข้ามคืน บวกหรือลบตามส่วนต่างดอกเบี้ยของสองสกุล
คืนวันพุธคิด 3 เท่า เพราะชดเชยวันเสาร์–อาทิตย์ที่ตลาดปิด ดูอัตราของแต่ละคู่ได้ที่สเปกสัญญา (Contract Specifications) ในแพลตฟอร์ม
ถือข้ามคืนอาจได้หรือจ่ายราว 0.5–3 USD ต่อล็อต
ราคาที่จับคู่ได้ต่างจากราคาที่เห็นตอนกดคำสั่ง
เกิดง่ายที่สุดตอนข่าวเศรษฐกิจใหญ่และตอนตลาดเปิดวันจันทร์ ช่วงนั้นแม้แต่ Stop Loss ก็อาจถูกจับคู่ผิดจากที่ตั้งไว้
ช่วงข่าวสำคัญอาจต่างกัน 1–3 pip
คู่เงินเดียวกัน เทียบบัญชี Standard กับ ECN · USD/JPY อ้างอิง ≈ 150
| คู่เงิน | บัญชี Standard | บัญชี ECN | |||
|---|---|---|---|---|---|
| Spread | ต้นทุนรวม | Spread | คอมมิชชัน | ต้นทุนรวม | |
| EUR/USD | 0.8 pip | ≈ 8 USD | 0.2 pip | 7 USD | ≈ 9 USD |
| GBP/USD | 1.2 pip | ≈ 12 USD | 0.4 pip | 7 USD | ≈ 11 USD |
| USD/JPY | 1.0 pip | ≈ 6.8 USD | 0.2 pip | 7 USD | ≈ 8.4 USD |
| XAU/USD | 0.25 USD | ≈ 25 USD | 0.12 USD | 7 USD | ≈ 19 USD |
ใช้ตัวเลขชุดเดียวกับตาราง · ยังไม่รวม Swap และ Slippage
คู่เงิน
ประเภทบัญชี
บัญชี Standard คิดต้นทุนทั้งหมดไว้ใน Spread แล้ว ไม่มีค่าคอมมิชชันแยก
ต้นทุนออเดอร์นี้ (ไป-กลับ)
8.00USD
1.00 lot · ต้นทุนต่อล็อต 8.00 USD
สองบัญชีมีต้นทุนรวมต่อล็อตต่างกันไม่มาก ส่วนต่างจริงอยู่ที่คุณภาพการจับคู่และความเร็ว ถ้าถือออเดอร์สั้น ๆ ค่าคอมมิชชันแบบ ECN จะกินกำไรหนักกว่าที่คิด ตัวเลขทั้งหมดเป็นเพียงตัวอย่าง ต้นทุนจริงขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ ประเภทบัญชี และสภาพคล่องในแต่ละช่วงเวลา
สมมติ Spread 0.8 pip คงที่ ยิ่งตั้งเป้าไกล ต้นทุนยิ่งกินสัดส่วนน้อยลง
ไม้สั้น 5 pip
เป้า 5 pip · ต้นทุน 0.8 pip
ทุก 6 ไม้ที่ชนะ จะมี 1 ไม้ที่กำไรหายไปกับต้นทุนก่อนราคาจะเดินถึงเป้า
ไม้ระหว่างวัน 20 pip
เป้า 20 pip · ต้นทุน 0.8 pip
ต้นทุนเดิม แต่เป้าไกลขึ้น 4 เท่า สัดส่วนที่ถูกกินจึงเหลือไม่ถึงหนึ่งในสี่
ถือหลายวัน 60 pip
เป้า 60 pip · ต้นทุน 0.8 pip
ถือข้ามคืนจะเริ่มมี Swap เข้ามาแทน แต่ Spread แทบไม่มีผลกับผลลัพธ์แล้ว
เช็ก Spread จริงก่อนกด: เปิดหน้าต่าง Market Watch แล้วดูผลต่างระหว่าง Bid กับ Ask หรือเปิดหน้าต่าง New Order ที่จะขึ้นต้นทุนจริงก่อนยืนยัน ถ้าตัวเลขกว้างกว่าปกติหลายเท่า ให้ข้ามไม้นั้นไปก่อน
ลองใส่ตัวเลขของพอร์ตคุณดู แล้วจะเห็นว่าขนาดล็อตที่ปลอดภัยมักเล็กกว่าที่คิดไว้มาก
สูตรที่ใช้
ล็อต = (เงินทุน × %ความเสี่ยง) ÷ (ระยะ Stop Loss × มูลค่าต่อ pip)
ค่ามูลค่าต่อ pip ตัวอย่างใช้ 10 USD ซึ่งเป็นค่าของ EUR/USD ที่ 1 standard lot
ขนาดล็อตที่ควรใช้
0.08lot
ถ้าผลลัพธ์ออกมาไม่ถึง 0.01 lot แปลว่าพอร์ตยังเล็กเกินไปสำหรับระยะ Stop Loss นี้ ให้ลดความเสี่ยงหรือหาระยะที่แคบลง
สภาพคล่องไม่เท่ากันตลอดวัน ช่วงที่ตลาดใหญ่คาบเกี่ยวกัน Spread จะแคบที่สุด ส่วนช่วงตลาดปิดราคาอาจกระโดดข้าม Stop Loss ได้
เวลาไทย (GMT+7)
โตเกียว07:00 – 16:00
JPY · AUD · NZDช่วงเช้าตลาดเอเชีย สภาพคล่องปานกลาง เหมาะกับคู่เงินเยน
ลอนดอน14:00 – 23:00
EUR · GBP · CHFปริมาณซื้อขายมากที่สุดของวัน Spread ของคู่เงินหลักมักแคบที่สุด
นิวยอร์ก19:30 – 04:30
USD · XAU · ดัชนีช่วงข่าวเศรษฐกิจสหรัฐฯ ราคาแกว่งแรงและสลิปเพจเกิดง่าย
ช่วง 19:30–23:00 ที่ลอนดอนกับนิวยอร์กเปิดพร้อมกัน คือช่วงที่ Spread แคบและคำสั่งลื่นไหลที่สุด
ช่วงคาบเกี่ยวส่วนใหญ่ไม่ได้ผิดเพราะวิเคราะห์ผิด แต่ผิดเพราะขั้นตอนตอนกดกับตอนปิด ไม่มีวินัยพอ
เห็นราคาวิ่งแรงแล้วกดเข้าทันที ผลคือได้ราคาแย่กว่าที่วางแผนไว้
ถ้าแผนไม่ได้บอกให้เข้าตรงนั้น ให้ใช้ Limit รอราคาย้อน หรือปล่อยไม้นี้ไป
ขาดทุนลอยตัวค้างในพอร์ตจนต้องเติมเงินหรือปิดด้วยขาดทุนก้อนใหญ่
ตั้ง Stop Loss ทุกครั้งพร้อมกับตอนเปิดออเดอร์ ไม่ใช่ค่อยมาคิดทีหลัง
มั่นใจมากเป็นพิเศษแล้วเพิ่มล็อตเอง ผลคือขาดทุนหนึ่งไม้กินหลายวัน
ยึดขนาดล็อตจากความเสี่ยงต่อออเดอร์ ไม่ปรับตามความมั่นใจ
Buy EUR/USD, GBP/USD และ XAU/USD พร้อมกัน ความเสี่ยงจริงจึงทับกันหลายเท่า
รวมความเสี่ยงของออเดอร์ที่สัมพันธ์กันเป็นก้อนเดียว ไม่เกินเพดานต่อวัน
Spread กว้างขึ้นหลายเท่าและราคากระโดดข้าม Stop Loss ในวินาทีเดียว
เช็กปฏิทินเศรษฐกิจก่อนเปิดออเดอร์ และเว้นช่วง 15–30 นาทีรอบข่าวสำคัญ
กำไรเล็ก ๆ สะสมไม่พอชดเชยขาดทุนเต็มจำนวนตอนที่แพ้
เขียนจุดปิดไว้ล่วงหน้า หรือใช้ Partial Close แทนการปิดทั้งหมดด้วยความกลัว
ถ้ามีข้อไหนยังตอบไม่ได้ ให้ถือว่ายังไม่พร้อมเปิดออเดอร์ ดีกว่ากดแล้วมานั่งลุ้นทีหลัง
ความพร้อมของไม้นี้
0% พร้อมเปิดออเดอร์
ยังเหลืออีก 7 ข้อ ห้ามกดออเดอร์จนกว่าจะตอบครบ
เปรียบเทียบข้อมูลบัญชี แพลตฟอร์มการเทรด ค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจเปิดบัญชี
ตัวเลขในหน้านี้ยังไม่ได้รับการยืนยันจากเว็บไซต์ทางการของแต่ละโบรกเกอร์ ช่องที่ขึ้นว่า รอยืนยัน จะถูกเติมให้ครบหลังตรวจสอบกับเอกสารของโบรกเกอร์แล้ว ระหว่างนี้ใช้เป็นโครงเพื่อเทียบหัวข้อที่ต้องถามก่อนสมัคร
เลือกสิ่งที่คุณต้องใช้ก่อน แล้วดูว่าโบรกเกอร์ใดตรงเงื่อนไขบ้าง

ชื่อที่มือใหม่มักเจอตอนเริ่มหาข้อมูล
XM เป็นชื่อที่คนเริ่มเทรดมักเจอตอนหาคู่มือและเปิดบัญชีทดลอง สิ่งที่ควรถามให้ชัดก่อนสมัครคือบัญชีของคุณจะถูกเปิดภายใต้นิติบุคคลใดในภูมิภาคของคุณ เพราะเงื่อนไขบัญชีและหน่วยงานกำกับดูแลอาจไม่เหมือนกันในแต่ละประเทศ

จุดเด่นอยู่ที่การแยกต้นทุนให้เห็นชัด
Exness แยกประเภทบัญชีตามลักษณะต้นทุน คือบัญชีที่รวมค่าใช้จ่ายไว้ในสเปรด และบัญชีแบบ Raw Spread ที่คิดค่าคอมมิชชันต่อล็อตแยกออกมา ทำให้เปรียบเทียบต้นทุนต่อไม้ได้ตรงไปตรงมา แต่ต้องบวกทั้งสองส่วนเข้าด้วยกันทุกครั้ง

เน้นการเลือกเครื่องมือเทรดให้ตรงสไตล์
FxPro ให้ความสำคัญกับเครื่องมือเทรดหลายรูปแบบ ทั้ง MT4, MT5 และแพลตฟอร์มของตัวเอง เหมาะกับคนที่อยากเทียบหน้าจอก่อนเลือกใช้เป็นหลัก แต่ค่าธรรมเนียมบางรายการไม่ได้อยู่ในหน้าแรก ต้องเข้าไปเปิดตารางค่าธรรมเนียมเอง
หน้าเว็บนี้อาจมีลิงก์พันธมิตร (affiliate) ซึ่งหมายความว่าเว็บไซต์อาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อผู้อ่านสมัครหรือเปิดบัญชีผ่านลิงก์เหล่านั้น ค่าตอบแทนดังกล่าวไม่มีผลต่อหัวข้อและเนื้อหาที่เราเลือกนำเสนอ และไม่มีผลต่อต้นทุนที่ผู้อ่านจ่ายให้โบรกเกอร์โดยตรง
การเทรด Forex และผลิตภัณฑ์ที่มีเลเวอเรจมีความเสี่ยงสูง ผู้อ่านอาจสูญเสียเงินมากกว่าที่วางแผนไว้ และไม่ควรใช้เงินที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันในการเทรด ก่อนโอนเงินควรตรวจสอบชื่อนิติบุคคลผู้ให้บริการ หน่วยงานกำกับดูแล เลขใบอนุญาต เงื่อนไขบัญชี และค่าธรรมเนียมทั้งหมดด้วยตัวเอง เนื้อหาในหน้านี้จัดทำเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
อ่านทีละหัวข้อแล้วเทียบกับเงื่อนไขของประเทศคุณเอง เพราะโบรกเกอร์เดียวกันอาจให้บริการผ่านคนละนิติบุคคลในแต่ละภูมิภาค

ชื่อที่มือใหม่มักเจอตอนเริ่มหาข้อมูล
XM ถูกพูดถึงบ่อยในกลุ่มคนที่เพิ่งเริ่มเทรด เพราะมีเนื้อหาประกอบการเรียนและบัญชีทดลองให้ฝึกวางแผนก่อนใช้เงินจริง ตัวเว็บไซต์มีหลายภาษา ทำให้อ่านเงื่อนไขเบื้องต้นได้ง่ายขึ้นในระดับหนึ่ง
แต่สิ่งที่ต้องแยกให้ออกคือชื่อแบรนด์เดียวกันอาจให้บริการผ่านคนละนิติบุคคลในแต่ละภูมิภาค เงื่อนไขบัญชี ขนาดล็อตขั้นต่ำ และช่องทางฝากถอนจึงไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ก่อนโอนเงินควรเปิดหน้าเงื่อนไขของประเทศคุณเองแล้วอ่านให้จบ
รอยืนยัน — ต้องเปิดหน้าด้านล่างของเว็บไซต์ทางการเพื่อดูชื่อนิติบุคคลที่คุณจะเปิดบัญชีด้วย ประเทศที่จดทะเบียน และเลขใบอนุญาต แล้วนำเลขนั้นไปค้นในทะเบียนของหน่วยงานกำกับดูแลอีกครั้ง
เว็บไซต์ทางการและลิงก์เปิดบัญชี: รอยืนยัน
จะแสดงเฉพาะลิงก์ที่ตรวจสอบกับเว็บไซต์ของโบรกเกอร์แล้วเท่านั้น

จุดเด่นอยู่ที่การแยกต้นทุนให้เห็นชัด
Exness วางตำแหน่งบัญชีไว้หลายแบบ ตั้งแต่บัญชีที่รวมต้นทุนไว้ในสเปรด ไปจนถึงบัญชี Raw Spread ที่คิดค่าคอมมิชชันแยกเป็นรายล็อต จึงเหมาะกับคนที่ต้องการเห็นโครงสร้างต้นทุนชัด ๆ แล้วคำนวณเองว่าคุ้มกับสไตล์การเทรดของตนหรือไม่
จุดที่คนมักข้ามคือเงื่อนไขการถอนขั้นต่ำ ช่องทางที่ใช้ได้จริงในประเทศของคุณ และสกุลเงินของบัญชี ซึ่งมีผลกับค่าคอนเวอร์ชันตอนฝากและถอน ทางที่ดีคือทดลองฝากจำนวนเล็กน้อยแล้วถอนออกให้ครบรอบก่อนใช้งานจริง
รอยืนยัน — ตรวจชื่อนิติบุคคลที่ระบุในสัญญาเปิดบัญชี ประเทศที่จดทะเบียน และเลขใบอนุญาตจากหน้าด้านล่างของเว็บไซต์ทางการ ก่อนนำไปค้นในทะเบียนของหน่วยงานกำกับดูแล
เว็บไซต์ทางการและลิงก์เปิดบัญชี: รอยืนยัน
จะแสดงเฉพาะลิงก์ที่ตรวจสอบกับเว็บไซต์ของโบรกเกอร์แล้วเท่านั้น

เน้นการเลือกเครื่องมือเทรดให้ตรงสไตล์
FxPro ให้ความสำคัญกับเครื่องมือเทรดหลายรูปแบบ ทั้ง MT4, MT5 และแพลตฟอร์มของตัวเอง เหมาะกับคนที่อยากลองเทียบหน้าจอก่อนตัดสินใจว่าจะใช้ตัวไหนเป็นหลัก ไม่ได้เลือกจากโปรโมชันเพียงอย่างเดียว
ข้อควรระวังคือค่าธรรมเนียมบางประเภท เช่น ค่าถือสถานะข้ามคืนหรือค่าฝากถอน อาจไม่ได้อยู่ในหน้าแรกของเว็บไซต์ ต้องเข้าไปดูในส่วนเงื่อนไขการเทรดและตารางค่าธรรมเนียมก่อนทุกครั้ง
รอยืนยัน — FxPro ให้บริการผ่านหลายนิติบุคคลในแต่ละภูมิภาค ต้องตรวจว่าบัญชีของคุณจะเปิดกับนิติบุคคลใด มีเลขใบอนุญาตอะไร และอยู่ภายใต้หน่วยงานกำกับดูแลใดจากหน้าด้านล่างของเว็บไซต์ทางการ
เว็บไซต์ทางการและลิงก์เปิดบัญชี: รอยืนยัน
จะแสดงเฉพาะลิงก์ที่ตรวจสอบกับเว็บไซต์ของโบรกเกอร์แล้วเท่านั้น
บทความแนะนำวันนี้สลับชุดบทความทุกวัน