ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
การบริหารความเสี่ยง

วิธีตั้ง Stop Loss และ Take Profit อย่างมีหลักการ

เรียนรู้วิธีวาง Stop Loss และ Take Profit จากโครงสร้างราคาและอัตราส่วน Risk Reward ที่เหมาะสม

อ่านประมาณ 8 นาทีอัปเดต

Stop Loss และ Take Profit คือสองเครื่องมือที่เปลี่ยนการเทรดจากเรื่องของอารมณ์ให้กลายเป็นแผนที่มีตัวเลขชัดเจน

บทความนี้จะสอนวิธีวางจุดทั้งสองอย่างให้สอดคล้องกับโครงสร้างราคาและความเสี่ยงที่รับได้

ทำไมต้องตั้ง Stop Loss และ Take Profit

Stop Loss จำกัดความเสียหายสูงสุดของแต่ละออเดอร์ ส่วน Take Profit ช่วยล็อกกำไรตามแผนโดยไม่ต้องตัดสินใจด้วยความโลภ

ตัวอย่างที่เห็นผลชัดคือพอร์ต 1,000 ดอลลาร์ เปิด 0.10 Lot EURUSD พร้อม Stop Loss 20 Pip ความเสียหายสูงสุดคือ 20 ดอลลาร์ หรือ 2% ของพอร์ต แต่ถ้าไม่มี Stop Loss แล้วราคาวิ่งสวน 150 Pip ในคืนเดียว ขาดทุนจะกลายเป็น 150 ดอลลาร์ หรือ 15% และอาจถึงขั้น Margin Call ก่อนที่คุณจะตื่นมาดูจอ

วิธีวางจุด Stop Loss และ Take Profit

วาง Stop Loss ไว้หลังแนวรับหรือแนวต้านที่สำคัญ ไม่ใช่ระยะห่างเท่ากันทุกออเดอร์ และวาง Take Profit ให้สอดคล้องกับอัตราส่วน Risk Reward

  • Stop Loss ควรอยู่หลังจุดที่โครงสร้างราคาจะบอกว่าเราเข้าใจผิด
  • ไม่ตั้ง Stop Loss ชิดเกินไปจนถูกตัดด้วยความผันผวนปกติ
  • Take Profit ควรอ้างอิงแนวต้านแนวรับถัดไป
  • กำหนดอัตราส่วน Risk Reward อย่างน้อย 1:2

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

การเลื่อน Stop Loss ให้ห่างออกไปเมื่อราคาสวนทาง เป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้ขาดทุนลุกลามและควบคุมไม่ได้

  • ไม่ตั้ง Stop Loss แล้วปล่อยออเดอร์ลอยตัว
  • เลื่อน Stop Loss หนีความจริง
  • ตั้ง Take Profit ไกลเกินจริงจนราคาไปไม่ถึง

บทความที่เกี่ยวข้อง