MetaTrader 4
20 บทความเรียนรู้การใช้งาน MT4 ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงการจัดการกราฟและคำสั่งซื้อขาย
- การใช้งานพื้นฐาน
- กราฟ
- อินดิเคเตอร์
- คำสั่งซื้อขาย
เรียนรู้วิธีใช้งาน MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 ตั้งแต่การติดตั้ง การใช้งานกราฟ อินดิเคเตอร์ ไปจนถึงการจัดการคำสั่งซื้อขาย พร้อมคู่มือสำหรับผู้เริ่มต้น
ทั้งสองแพลตฟอร์มอยู่ในหน้านี้ทั้งหมด เลือกฝั่งที่ตรงกับโบรกเกอร์ของคุณ แล้วไปยังคู่มือของแพลตฟอร์มนั้นได้ทันที
เนื้อหาแยกกัน ไม่ปนกันระหว่างสองแพลตฟอร์ม
เรียนรู้การใช้งาน MT4 ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงการจัดการกราฟและคำสั่งซื้อขาย
ทำความเข้าใจ MT5 พร้อมเรียนรู้เครื่องมือกราฟ อินดิเคเตอร์ และการจัดการคำสั่งซื้อขาย
เรียนรู้วิธีใช้ MT4 ทีละขั้นตอน ตั้งแต่การเริ่มต้นใช้งานไปจนถึงการจัดการกราฟและคำสั่งซื้อขาย
5 บทความในหมวดนี้
5 บทความในหมวดนี้
3 บทความในหมวดนี้
4 บทความในหมวดนี้
3 บทความในหมวดนี้
เรียนรู้การใช้งาน MT5 ตั้งแต่การติดตั้ง การจัดการกราฟ การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ ไปจนถึงการจัดการคำสั่งซื้อขาย
21 กรอบเวลา
ละเอียดกว่า MT4 ถึง 12 กรอบ
38 อินดิเคเตอร์
มีเครื่องมือวิเคราะห์ในตัวมากกว่า
8 ประเภทคำสั่ง
เพิ่มคำสั่ง Stop Limit ไว้รอราคา
4 บทความในหมวดนี้
4 บทความในหมวดนี้
3 บทความในหมวดนี้
3 บทความในหมวดนี้
3 บทความในหมวดนี้
ทำความเข้าใจความแตกต่างของแพลตฟอร์มทั้งสอง เพื่อเลือกศึกษาเครื่องมือที่เหมาะกับความต้องการของคุณ
แพลตฟอร์มและการใช้งาน
หน้าจอเรียบง่าย น้ำหนักเบา เปิดได้ลื่นแม้บนเครื่องสเปกทั่วไป และมีเมนูไม่เยอะจนมือใหม่สับสน
หน้าจอใกล้เคียง MT4 แต่มีแผงเครื่องมือเพิ่มขึ้น ต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับเมนูมากกว่าเล็กน้อย
เครื่องมือวิเคราะห์กราฟ
มีกรอบเวลา 9 แบบ และเครื่องมือวาดเส้นพื้นฐานครบสำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มและแนวรับแนวต้าน
มีกรอบเวลาละเอียดถึง 21 แบบ พร้อมเครื่องมือวาดเพิ่มเติม และมีปฏิทินเศรษฐกิจในแพลตฟอร์ม
อินดิเคเตอร์และเครื่องมือเสริม
มีอินดิเคเตอร์ในตัวราว 30 ตัว ซึ่งเพียงพอต่อการเทรด Forex ด้วยวิธีพื้นฐานทั่วไป
มีอินดิเคเตอร์ในตัวราว 38 ตัว และรองรับเครื่องมือทดสอบกลยุทธ์ที่ละเอียดกว่า
ประเภทคำสั่งซื้อขาย
มีคำสั่ง Market 2 แบบ และคำสั่ง Pending 4 แบบ รวมเป็น 6 แบบ
มีคำสั่ง Market 2 แบบ และคำสั่ง Pending 6 แบบ (เพิ่ม Buy Stop Limit และ Sell Stop Limit) รวมเป็น 8 แบบ
การใช้งานสำหรับผู้เริ่มต้น
คู่มือและคลิปสอนภาษาไทยมีมากกว่า และเพียงพอสำหรับการเทรด Forex ทั่วไป
เรียนรู้ได้ไม่ยากหากเข้าใจ MT4 มาก่อน แต่เนื้อหาสอนภาษาไทยยังน้อยกว่า
รายละเอียดอาจแตกต่างตามเวอร์ชันของแพลตฟอร์มและสิ่งที่โบรกเกอร์เปิดให้ใช้งาน ไม่มีแพลตฟอร์มใดดีกว่ากันในทุกด้าน ควรเลือกจากสินทรัพย์ที่คุณจะเทรดและเครื่องมือที่โบรกเกอร์รองรับเป็นหลัก
สองเครื่องมือที่ใช้บ่อยที่สุดในการเตรียมกราฟก่อนตัดสินใจ เริ่มจากเวอร์ชันที่คุณใช้อยู่ แล้วทำตามทีละขั้นบนบัญชีทดลอง
ขั้นตอนสั้น ๆ บน MT4
วาดเส้นแนวโน้มจากจุดสูงหรือจุดต่ำสำคัญ แล้วปรับให้เห็นทิศทางราคาได้ชัดขึ้นในไม่กี่คลิก
ลองทำตามบนบัญชีทดลองก่อน เพื่อให้คุ้นมือโดยไม่ต้องใช้เงินจริง
ขั้นตอนสั้น ๆ บน MT5
จดเหตุผลการเข้าและระดับราคาสำคัญไว้บนกราฟ เพื่อไม่ต้องเดาซ้ำทุกครั้งที่กลับมาดู
ลองทำตามบนบัญชีทดลองก่อน เพื่อให้คุ้นมือโดยไม่ต้องใช้เงินจริง
สี่ขั้นตอนที่ควรทำตามลำดับ ตั้งแต่ติดตั้งโปรแกรม ไปจนถึงเปิดคำสั่งซื้อขายบนบัญชีทดลอง เลือกแพลตฟอร์มที่คุณใช้อยู่ด้านขวา
ขั้นที่ 1 · MetaTrader 4
เริ่มจากให้โปรแกรมเปิดใช้งานได้จริงก่อน แล้วค่อยไปดูส่วนอื่น
ขั้นที่ 2 · MetaTrader 4
รู้ว่าข้อมูลคู่เงินอยู่ตรงไหน และปรับกราฟให้อ่านง่าย
ขั้นที่ 3 · MetaTrader 4
เริ่มจากอินดิเคเตอร์พื้นฐานไม่กี่ตัว ไม่ต้องใส่ให้เต็มจอ
ขั้นที่ 4 · MetaTrader 4
ขั้นสุดท้ายคือเปิดออเดอร์ให้เป็น และปิดให้เป็นระบบ
ลำดับนี้ใช้ได้กับทั้งสองแพลตฟอร์ม ต่างกันแค่ตำแหน่งเมนูและจำนวนเครื่องมือ หลังทำครบสี่ขั้นแล้ว ค่อยกลับไปดูรายละเอียดแต่ละหัวข้อในคู่มือด้านบน
ไม่ได้อยู่ในเมนูไหนของแพลตฟอร์ม แต่เป็นเรื่องที่เจอแน่ ๆ ในสัปดาห์แรก รู้ไว้ก่อนจะเสียเวลาไล่หาสาเหตุ
รายละเอียดบางอย่าง เช่น เวลาเซิร์ฟเวอร์ จำนวนหลักของ Lot และส่วนต่อท้ายชื่อคู่เงิน อาจแตกต่างกันตามโบรกเกอร์ที่คุณใช้ ถ้าเจอค่าที่ไม่ตรงกับที่อ่าน ให้ยึดข้อมูลจากโบรกเกอร์เป็นหลัก
ทั้ง 6 เรื่องนี้มีคำตอบแบบละเอียดอยู่ในหัวข้อคำถามที่พบบ่อยรวมข้อสงสัยตอนติดตั้งและเปิดกราฟครั้งแรก ไปจนถึงเรื่องที่มือใหม่มักสะดุด เช่น เวลาแพลตฟอร์มที่ไม่ตรงกับไทย ขนาด Lot และการติดตั้งบนมือถือ
หกข้อสุดท้ายคือเรื่องที่มือใหม่มักสะดุดก่อนเริ่มใช้จริง ถ้าต้องการภาพรวมแบบเร็ว ๆ ดูสรุปได้ที่หัวข้อ มือใหม่ควรรู้ ด้านบน
ความต่างหลักอยู่ที่จำนวนกรอบเวลา จำนวนอินดิเคเตอร์ ประเภทคำสั่งซื้อขาย และสินทรัพย์ที่รองรับ โดย MT5 มีกรอบเวลาละเอียดกว่า มีคำสั่ง Pending มากกว่า และรองรับสินทรัพย์หลากหลายกว่า ส่วนหลักการดูกราฟและเปิดออเดอร์เหมือนกัน
ถ้านับเป็นตัวเลข MT4 มีกรอบเวลา 9 แบบ อินดิเคเตอร์ในตัวราว 30 ตัว และคำสั่งรวม 6 แบบ ขณะที่ MT5 มี 21 แบบ 38 ตัว และ 8 แบบตามลำดับ MT5 ยังมีปฏิทินเศรษฐกิจและเครื่องมือทดสอบกลยุทธ์อยู่ในตัว ซึ่งมีประโยชน์หากต้องการทดสอบระบบก่อนใช้เงินจริง แต่ถ้าเป้าหมายคือเทรด Forex ด้วยวิธีพื้นฐาน MT4 ก็ยังเพียงพอและเบากว่า
เริ่มจากแพลตฟอร์มที่โบรกเกอร์ของคุณรองรับเต็มรูปแบบจะง่ายที่สุด หากโบรกเกอร์ให้ MT4 มา ให้เริ่มที่ MT4 ก่อนเพราะคู่มือภาษาไทยมีมากกว่า และหลักการที่ได้ใช้ต่อกับ MT5 ได้ทันที
ถ้าโบรกเกอร์รองรับทั้งสองแพลตฟอร์มพร้อมกัน ให้เลือก MT4 ก่อนเพราะเมนูน้อยกว่าและหาคู่มือภาษาไทยได้ง่าย จากนั้นใช้เวลาราว 1-2 สัปดาห์ทำความคุ้นเคยกับหน้าจอ แล้วค่อยย้ายไป MT5 คำสั่งและวิธีตั้ง Stop Loss / Take Profit เหมือนกัน จึงไม่ต้องเริ่มเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด
ทั้งสองแพลตฟอร์มเปลี่ยนกรอบเวลาได้จากปุ่มบนแถบเครื่องมือ หรือเมนู Charts > Timeframe โดย MT4 มี 9 กรอบเวลา และ MT5 มี 21 กรอบเวลา
ความต่างที่เห็นชัดคือ MT5 เพิ่มกรอบอย่าง M2 M3 M10 และ M20 ข้ามมา ซึ่งมีประโยชน์เมื่อต้องการดูการเคลื่อนไหวสั้น ๆ ที่กรอบ 1 นาทีหรือ 5 นาทีจับไม่ทัน ถ้าดูกราฟ H1 แล้วอยากเห็นภาพรวมใหญ่ขึ้น ให้กดปุ่ม timeframe ด้านบนกราฟเลือก H4 หรือ D1 ได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดหน้าต่างใหม่
สาเหตุที่พบบ่อยคือการเชื่อมต่อหลุดหรือยังไม่ได้ล็อกอินเข้าเซิร์ฟเวอร์ ให้ตรวจสถานะมุมขวาล่างแล้วล็อกอินใหม่ หากเชื่อมต่อปกติแต่กราฟว่าง ให้ตรวจว่าสินทรัพย์นั้นยังเปิดให้เทรดอยู่ในขณะนั้น
อีกสองจุดที่ควรเช็กคือ Market Watch มีคู่เงินนั้นแสดงอยู่หรือไม่ และเซิร์ฟเวอร์ที่ล็อกอินตรงกับบัญชีหรือเปล่า เพราะบางครั้งการล็อกอินค้างไว้จากรอบก่อนทำให้เห็นกราฟว่างโดยไม่แจ้งเตือน นอกจากนี้กราฟที่เปิดค้างไว้ช่วงสุดสัปดาห์จะกลับมาแสดงอีกครั้งเมื่อตลาดเปิดในวันจันทร์
เพิ่มได้จากเมนู Insert > Indicators หรือลากอินดิเคเตอร์จาก Navigator ลงบนกราฟ หลังจากนั้นปรับค่าได้ด้วยการดับเบิลคลิกที่เส้นหรือกด Ctrl+I แล้วเลือก Edit
ไม่ควรใส่เกิน 2-3 ตัวต่อกราฟ เพราะอินดิเคเตอร์ที่วัดเรื่องเดียวกันหลายตัวจะให้สัญญาณขัดกันเองจนตัดสินใจไม่ได้ ถ้าเพิ่งเริ่มต้น ลอง Moving Average 1 ตัวคู่กับ RSI 1 ตัวก็เพียงพอ แล้วจดบันทึกว่าค่าที่ตั้งไว้ให้ผลอย่างไรก่อนปรับรอบถัดไป
กรอกทั้งสองช่องในหน้าต่าง New Order ก่อนกดยืนยันคำสั่ง โดยใส่เป็นระดับราคา ไม่ใช่จำนวนเงิน และต้องห่างจากราคาปัจจุบันเกินระยะขั้นต่ำที่ระบบกำหนด
จุดที่มือใหม่พลาดบ่อยคือกำหนด Stop Loss เป็นจำนวนเงินที่ยอมเสีย แล้วไม่คำนวณกลับเป็นระยะ Pip ทำให้ Lot ใหญ่เกินจริง สูตรที่ใช้ได้คือ เงินที่ยอมเสีย หารด้วย (ระยะ Stop Loss เป็น Pip คูณมูลค่าต่อ Pip) เช่น ยอมเสีย 20 ดอลลาร์ ระยะ 40 Pip บน EUR/USD จะได้ 0.05 lot
บัญชีทดลองใช้เงินสมมติ เปิดออเดอร์ได้เหมือนบัญชีจริงแต่ไม่มีความเสี่ยงเรื่องเงิน จึงควรใช้ฝึกทุกขั้นตอนก่อน โดยเฉพาะการตั้ง Stop Loss และการปิดออเดอร์ แต่ต้องเข้าใจว่าคำสั่งในบัญชีทดลองอาจไม่ได้ถูกส่งเข้าตลาดจริง และราคาที่ได้จึงไม่ใช่ราคาที่คุณจะได้รับจริงทั้งหมด อีกทั้งบัญชีทดลองของบางโบรกเกอร์จะหมดอายุหากไม่มีการเข้าใช้งานนานหลายสัปดาห์ เมื่อหมดอายุให้เปิดบัญชีทดลองใหม่ได้เลย
เพราะแพลตฟอร์มไม่ได้ใช้เวลาไทย แต่ใช้เวลาเซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์ซึ่งมักเป็น GMT+2 หรือ GMT+3 ขณะที่ประเทศไทยอยู่ที่ GMT+7 เวลาของแท่งเทียนจึงเริ่มและจบไม่ตรงกับนาฬิกาที่คุณใช้อยู่ ทางที่ดีคือดูเวลาที่มุมล่างของหน้าจอแพลตฟอร์มเป็นหลัก แล้วคำนวณส่วนต่างกับเวลาไทยครั้งเดียว จากนั้นจดไว้ใช้ตลอด เพราะเวลาเซิร์ฟเวอร์อาจเปลี่ยนตามช่วงปรับเวลาของต่างประเทศ
Lot คือขนาดสัญญาของออเดอร์ ไม่ใช่จำนวนเงินที่คุณจะเสียหากขาดทุน เช่น 1.00 lot ของ EURUSD มีขนาด 100,000 หน่วย จึงทำให้กำไรหรือขาดทุนต่อการเคลื่อนที่ของราคา 1 pip มากกว่าการเทรด 0.01 lot ถึงหนึ่งร้อยเท่า ส่วน Margin คือเงินที่ถูกกันไว้เป็นหลักประกันขณะที่ออเดอร์ยังเปิดอยู่ และ Free Margin คือเงินที่ยังเหลือและสามารถใช้เปิดออเดอร์เพิ่มได้ หาก Free Margin ใกล้ศูนย์ โบรกเกอร์อาจบังคับปิดออเดอร์เพื่อจำกัดความเสียหาย
หน้าต่าง Market Watch ตั้งแต่เปิดโปรแกรมครั้งแรกจะแสดงเพียงไม่กี่คู่เงิน ให้คลิกขวาในหน้าต่างนั้นแล้วเลือก Show All เพื่อแสดงคู่เงินทั้งหมดที่มี หรือเลือก Symbols เพื่อค้นหาชื่อคู่เงินที่ต้องการแล้วกด Show หากยังหาไม่เจอ ให้สังเกตว่าบางโบรกเกอร์เติมตัวอักษรต่อท้ายชื่อคู่เงิน เช่น EURUSD.a หรือ EURUSDm ซึ่งเป็นบัญชีประเภทเดียวกัน และควรตรวจว่าโบรกเกอร์นั้นเปิดให้เทรดคู่เงินนี้อยู่หรือไม่
ได้ทั้งสองแพลตฟอร์ม ให้ค้นหาแอปชื่อ MetaTrader 4 หรือ MetaTrader 5 ใน App Store หรือ Google Play แล้วติดตั้งจากผู้พัฒนา MetaQuotes เท่านั้น จากนั้นล็อกอินด้วยเลขบัญชี รหัสผ่าน และชื่อเซิร์ฟเวอร์ชุดเดียวกับที่ใช้บนคอมพิวเตอร์ ข้อมูลออเดอร์จะตรงกันโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตามหน้าจอมือถือเล็กกว่ามาก จึงเหมาะสำหรับติดตามสถานะและปิดออเดอร์มากกว่าการวิเคราะห์กราฟหรือตั้งค่าอินดิเคเตอร์ละเอียด
ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ของโบรกเกอร์ที่คุณเปิดบัญชี หรือเว็บไซต์ทางการของ MetaQuotes เท่านั้น หลีกเลี่ยงเว็บไซต์รับดาวน์โหลดทั่วไปที่มักพ่วงโปรแกรมอื่นมาด้วย ด้านความปลอดภัยของบัญชี ไม่ควรให้รหัสผ่านแก่ผู้ใดที่อ้างว่าช่วยเทรดให้ และระวังไฟล์ EA หรืออินดิเคเตอร์ที่ขอข้อมูลล็อกอิน เพราะสิ่งที่ควรได้รับคือไฟล์ .ex4 หรือ .ex5 ที่นำไปติดตั้งเองในแพลตฟอร์ม ไม่ใช่การส่งรหัสผ่านไปให้ผู้อื่น
นอกจากการใช้งาน MT4 และ MT5 แล้ว คุณยังสามารถเรียนรู้พื้นฐาน Forex วิธีการเทรด การวิเคราะห์ตลาด และการบริหารความเสี่ยงเพิ่มเติมได้
ทำความเข้าใจคู่เงิน Pip Spread Leverage และ Margin ก่อนลงลึกกับแพลตฟอร์ม
30 บทความพื้นฐานวางแผนเทรด เลือกประเภทคำสั่ง และเปิดออเดอร์ตามขั้นตอนอย่างเป็นระบบ
ขั้นตอนเทรดครบวงจรกำหนดความเสี่ยงต่อออเดอร์และขนาดสถานะให้พอดีกับพอร์ตที่คุณมี
ป้องกันพอร์ตก่อนขาดทุนหนัก